ก่อนไฟต์ห้าดาว! เทียบจะจะ “ชิงกิซ vs มารัต” ใครมีทีเด็ดอะไรบ้าง?

แชร์เรื่องนี้

วิเคราะห์ เจาะลึก กุญแจสำคัญสู่การเป็นผู้ชนะของสองตัวตึงคิกบ็อกซิ่ง ระหว่าง “ชิงกิซ อัลลาซอฟ” และ “มารัต กริกอเรียน” ก่อนประลองฝีมือกันในฐานะคู่เอกของศึก ONE Fight Night 13

งวดเข้ามาทุกทีสำหรับการพบกันของสองคู่ปรับเก่า ระหว่าง “ชิงกิซ อัลลาซอฟ” แชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต (145-155 ป.) ที่จะลงป้องกันตำแหน่งครั้งแรก พบกับคู่แค้นที่เคยพลาดท่าเมื่อ 10 ปีก่อน อย่าง “มารัต กริกอเรียน” ในฐานะคู่เอกของศึก ONE Fight Night 13 ซึ่งจะแข่งขันกันที่สนามมวยเวทีลุมพินี โดยจะถ่ายทอดสดในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกา ตรงกับเวลา 07:00 น. ของวันเสาร์ที่ 5 ส.ค. 66

ในอดีตก่อนจะเข้ามาอยู่ใน ONE ทั้งคู่เคยปะทะกันครั้งแรกในเดือนเม.ย. 56 แต่ต้องจบลงอย่างน่าผิดหวังด้วยการตัดสิน “ไม่มีผลการแข่งขัน” ก่อนที่ในอีก 8 เดือนต่อมา ทั้งคู่จะโคจรมาพบกันอีกครั้ง และเป็น “มารัต” ที่สามารถเอาชนะไปได้ เมื่อเวลาผ่านไปสิบปี ทั้งสองคนต่างพัฒนาฝีมือขึ้นมาเป็นสุดยอดนักชกคิกบ็อกซิ่งเบอร์ต้นของโลก และต้องโคจรมาพบกันอีกครั้งในศึกภาคสาม โดยมีเข็มขัดแชมป์โลก ONE คิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต เป็นเดิมพัน

เพื่อเป็นการเพิ่มอรรถรสก่อนที่การแข่งขันนัดหยุดโลกจะระเบิดขึ้น วันนี้เราจะขออาสาเทียบให้เห็นกันชัดๆในทุกมิติของทั้งสองคน ว่าต่างฝ่ายต่างมีกุญแจสำคัญอะไรบ้างที่จะช่วยให้เป็นผู้ชนะในไฟต์นี้
การเคลื่อนที่เข้าออกอย่างรวดเร็ว คือสิ่งที่ “ชิงกิซ” แสดงออกมาให้เห็นทุกครั้งบนสังเวียน ด้วยความรวดเร็วของเขา ทำให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าอาวุธจะถูกโจมตีออกมาจากทิศทางไหน และที่สำคัญการเคลื่อนที่ของเขา ยังทำให้เขาสามารถค้นพบช่องโหว่ของคู่ต่อสู้ได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย
ลูกเตะ คืออาวุธที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุดของ “ชิงกิซ” เขาสามารถเตะสูงได้ในเวลาเพียงเสี้ยววินาที ซึ่งนั่นทำให้คู่ต่อสู้แทบจะไม่มีโอกาสที่จะตอบโต้หรือป้องกันได้เลย ที่สำคัญ ลูกเตะของเขาไม่ได้มีเพียงแค่ความเร็ว แต่ยังเปี่ยมไปด้วยความรุนแรง ที่หากโดนเข้าจุดสำคัญก็อาจส่งคู่ต่อสู้ลงไปกองได้ทันที
อีกหนึ่งกลยุทธ์สุดอันตรายที่ “ชิงกิซ” มักจะใช้อยู่เป็นประจำยามเจอคู่ต่อสู้ที่ชอบบุกเดินเข้าหา คือการยิงหมัดตรงเพื่อทำลายจังหวะ ก่อนจะฉวยโอกาสแทงเข่าสวน และด้วยความยืดหยุ่นของร่างกาย ทำให้เขาสามารถแทงเข่าสูงเข้าที่ศรีษะของคู่ต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย
สถิติชนะน็อก 37 ครั้งของ “มารัต” ส่วนใหญ่ล้วนมาจากพลังหมัดทำลายล้างของเขา โดยเฉพาะหมัดฮุกขวาและอัปเปอร์คัตขวาในระยะประชิดที่เล่นงานคู่ต่อสู้มานับไม่ถ้วน ซึ่ง “ซุปเปอร์บอน สิงห์มาวิน” สุดยอดนักคิกบ็อกซิ่งชาวไทยก็เคยประสบด้วยตัวเองมาแล้วถึงขั้นแพ้น็อก ในการแข่งขันที่ประเทศจีน เมื่อปี 2551
แม้ว่าหมัดจะเป็นอาวุธที่น่ากลัวที่สุดของ “มารัต” แต่ลูกเตะจากขาทั้งสองข้างของเขาก็มีความอันตรายไม่แพ้กัน โดยเฉพาะเมื่อไหร่ที่คู่ต่อสู้หยุดการโจมตี เขามักจะเล่นงานด้วยลูกเตะทันที ส่วนเรื่องของอานุภาพความรุนแรงถือว่าไม่ธรรมดา เพราะเคยเอาชนะน็อกคู่ต่อสู้มาแล้วด้วยขาทั้งสองข้าง
นับตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา หรือตลอด 79 ไฟต์ในอาชีพนักคิกบ็อกซิ่ง “มารัต” เคยแพ้น็อกไปเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่น่าทึ่งเป็นอย่างมาก เพราะเขาเคยผ่านการปะทะกับสุดยอดนักคิกบ็อกซิ่งตัวอันตรายของโลกมาแล้วนับไม่ถ้วน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

ข่าวกีฬาที่เกี่ยวข้อง

ข่าวใหม่ล่าสุด